บทความ

ไขมันในเลือด( Dyslipidemia)

ไขมันที่สำคัญในเลือดแบ่งออกเป็น 4 ชนิด 

1.กรดไขมันอิสระ( Fatty Acids Free)
2.คอเลสเตอรอล( Cholesterol)
3.ไตรกลีเซอไรด์( Triglyceride)
4.ฟอสโฟไลปิด( Phospholipid)
โดยไขมันทั้ง 4 ชนิดจะรวมตัวกับโปรตีนเพื่อให้ละลายอยู่ในเลือดได้
 
-    Albumin (อัลบูมิน): เกิดจากกรดไขมันอิสระ (Fatty Acids Free) รวมกับ โปรตีน
-    Lipoprotein (ไลโปโปรตีน): เกิดจากไขมันที่เหลือทั้ง 3 ชนิดรวมตัวกับอะโปไลโปรตีน (Apolipoprotein) ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ชนิด

1.ไคโลไมครอน (Chylomicron) เกิดขึ้นหลังจากการรับประทานไขมัน ซึ่งสร้างโดยลำไส้เล็ก

2.ไลโปโปรตีนที่มีความหนาแน่นต่ำมาก (Very  Low Density Lipoprotein :VLDL) สังเคราะห์จากตับ

3.ไลโปโปรตีนที่มีความหนาแน่นต่ำ (Low Density Lipoprotein : LDL) เป็นผลจากการเผาผลาญไลโปโปรตีนที่มีความหนาแน่นต่ำมาก (VLDL) ในกระแสเลือด ซึ่งเป็นไขมันตัวร้าย หากมี LDL สูงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของกาเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

4.ไลโปโปรตีน ความหนาแน่นสูง (High Density Lipoprotein :HDL) เกิดจากการเผาผลาญไคโลไมครอน ร่วมกับ การสังเคราะห์ที่ตับ ซึ่งเป็นไขมันชนิดดีและมีความสำคัญที่สุด
 

??ทำไมจึงต้องตรวจไขมันในเลือด??

                     เนื่องจากการมีภาวะไขมันในเลือดสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจชนิดต่าง ๆ เช่น  โรคหัวใจขาดเลือด , โรคหลอดเลือดอุดตัน , โรคหัวใจขาดเลือด เป็นต้น ดังนั้นการตรวจไขมันในเลือดทำให้ทราบปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรค จึงควรตรวจวัดระดับไขมันในเลือดอย่างน้อยปีละ 2 -3 ครั้ง
 

 การที่จะทราบว่าบุคคลใดมีภาวะไชมันในเลือดสูง หรือไม่??

ตรวจโดยการเจาะเลือดของผู้มารับบริการซึ่งจะต้องงดอาหารทุกชนิดก่อนเจาะเลือด 12 ชั่วโมง สามารถ
ดื่มได้เพียงน้ำเปล่าเท่านั้น หากปฏิบัติตามขั้นตอนดังกล่าวจะได้ผลระดับไขมันที่ถูกต้องและแม่นยำ  โดยการตรวจวิเคราะห์เลือดทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory) มีการตรวจดังนี้
 
 
 การตรวจหาไลปิดและไลโปโปรตีน
ค่าปกติ
Triglyceride < 200 mg/dl
Total Cholesterol < 200 mg/dl
LDL - Cholesterol < 130 mg/dl
HDL - Cholesterol > 35 mg/dl

 

!!อันตรายของภาวะไขมันในเลือดสูง!!

ผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสูงกว่าเกณฑ์ปกติ จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันมากกว่าคนปกติ
3 - 5 เท่า
 

ระดับไขมันสูงสามารถควบคุมได้ดังนี้

  • งดรับประทานอาหารที่มีลักษณะมันๆ เช่น เนื้อติดมัน
  • รับประทานอาหารแต่พอดี
  • ออกกำลังกายแบบ aerobic เช่น เดินเร็ว วิ่ง กระโดดเชือก วันละอย่างน้อย 15 – 20 นาที
  • เลือกใช้น้ำมันที่เป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fat) ต้องบริโภคที่พอเหมาะหากทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดนิ่วได้

แหล่งที่มา : 
https://www.afrims.go.th/article_detail.php?id=2